3 สิ่งที่แบรนด์เครื่องสำอางต้องรู้เพื่ออยู่รอดและ strong หลังวิกฤตโควิด

Share this article

3 สิ่งที่แบรนด์เครื่องสำอางต้องรู้เพื่ออยู่รอดและ strong หลังวิกฤตโควิด "

จากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคและธุรกิจทั่วทุกมุมโลก  ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจเครื่องสำอาง

วิกฤตครั้งนี้ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในระยะยาว 

 P.Zenith ขอพาทุกท่านไปดูกันว่า 3 สิ่งที่ธุรกิจเครื่องสำอางต้อง “เรียนรู้” เพื่อ “ปรับเปลี่ยน” ให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้นมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องรู้ 1. แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคหลังพ้น Covid-19 

1.1 ผู้บริโภคต้องการสิ่งที่ช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น

1.2 ผู้บริโภครักสุขภาพมากขึ้น

1.3 ผู้บริโภคใส่ใจความสะอาดของสินค้าและบริการมากขึ้น

1.4 ผู้บริโภคมองหาสิ่งที่ช่วยสอนทักษะต่างๆมากขึ้น

1.5 ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์เสมือนจริงในการซื้อสินค้ามากขึ้น

1.6 ผุ้บริโภคใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น 

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภคมีความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยและสภาพทางการเงินของตัวเองมากขึ้น โดยในรายงานอ้างอิงจากผลสำรวจคันทาร์พบว่า

66% ของผู้บริโภคไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญในด้านการวางแผนการใช้เงิน

54% เป็นห่วงถึงอนาคตเศรษฐกิจประเทศไทย

52% เริ่มมีความกังวลต่อสุขภาพของตนเอง

แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคเหล่านี้ คือโจทย์แรกที่ผู้ประกอบควรศึกษาและใช้เป็นแนวทางในการปรับกลยุทธิ์ทางการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปให้ได้มากที่สุด

สิ่งที่ต้องรู้ 2. วิธีปรับตัวและเกมกลยุทธ์ทางการตลาดในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New normal)

2.1 การเร่งปรับตัวช่องทาง Offline to Online  

2.2 ขยายแพลตฟอร์ม Social Media 

2.3 ทำแบรนดิ้งในเชิงคุณภาพ โชว์มาตราฐานและคุณภาพของสินค้า มากกว่ามุ่งเน้นสงครามราคา

2.4 โฆษณาผ่านสื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น (สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคหลังพ้น Covid-19)

สิ่งที่ต้องรู้ 3 การพัฒนาสินค้า (Product development) ให้สอดรับกับพฤติกรรม new normal 

3.1 การพัฒนาสินค้าถือเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่ที่สุดเพื่อที่จะต่อยอดกลยุทธิ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคหลังพ้น Covid-19 

3.2 ตัวอย่างไอเดียร์ในการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับการพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลยุทธิ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนไป

ผู้บริโภคต้องการสิ่งที่ช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น

เลือกวัตถุดิบที่แก้ปัญหาผิวจากความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ 

พฤติกรรมผู้บริโภครักสุขภาพมากขึ้น

เลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีภาพลักษณ์สื่อไปทาง super food/ phyto-nutrient 

เลือกวัตถุดิบที่ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันผิว (Skin Immunity)

ผู้บริโภคใส่ใจความสะอาดของสินค้าและบริการมากขึ้น

เลือกวัตถุดิบที่ให้คุณสมบัติฆ่าเชื้อ

เลือก packaging ที่หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนและสัมผัสโดยตรง

ผู้บริโภคใช้ชีวิตกับโลกออนไลน์มากขึ้น

เลือกวัถตุดิบที่แก้ปัญหาผิวจากแสงสีฟ้าที่มาจากสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์

ผู้บริโภคเริ่มกังวลและวางแผนการใช้เงินมากขึ้น

โชว์จุดขายในเรื่องของประสิทธิภาพในหลายๆ ด้าน (Multi-functional)  ในราคาที่จับต้องได้ 

เลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีผลทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากสถาบันที่ได้รับความเชื่อถือ เพื่อมาตราฐานและคุณภาพสินค้า

Share this article